10 Jun 2010

การรักษาการนอนกรนโดยการใช้เครื่องครอบฟัน (Oral Appliance)

ที่ครอบฟัน (Oral Appliance) 19 Comments

การรักษาโรคนอนกรนหรือโรคภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) โดยการใช้ที่ครอบฟัน (Oral Appliance) เป็นวิธีรักษาที่แพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และในยุโรป และเป็นการรักษาทางเลือก (Alternative Treatment) สำหรับผู้ที่นอนกรนหรือเป็น OSA นอกเหนือจากการผ่าตัดหรือการใช้เครื่อง CPAP

ประเภทของเครื่องครอบฟันนั้นมีหลายแบบ แต่ส่วนมากแล้วหลักการจะคล้ายๆกัน เพราะสาเหตุหนึ่งของการนอนกรนหรือOSA นั้นมาจากการที่โคนลิ้นไปปิดกั้นหลอดลมส่วนบนเพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าเราสามารถเลื่อนไม่ให้โคนลิ้นไปปิดทางเดินอากาศได้ เสียงกรนก็จะลดลงหรือหายไปในที่สุด

ในโพสนี้จะขอพูดถึงหลักการทำงานของเครื่องครอบฟันประเภทที่ดันกรามด้านล่างมาข้างหน้า (Mandibular Advancement Device) เนื่องจากลิ้นของเราติดอยู่กับกรามด้านล่าง การเลื่อนกรามด้านล่าง (Mandible) มาข้างหน้าก็จะทำให้โคนลิ้นเลื่อนขึ้นมาข้างหน้าเช่นกัน ซึ่งลักษณะของที่ครอบฟันชนิดนี้ก็มีหลากหลายมีทั้งแบบสองชิ้นแยกต่างหากแล้วก็แบบชิ้นเดียวแถมยังสามารถแยกประเภทออกได้อีกโดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภทได้แก่

แบบ Custom Made ที่ครอบฟันชนิดนี้จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญทำพิมพ์ฟันคนไข้ก่อนที่จะนำไปเข้าแล๊ปเพื่อผลิตออกมา ที่ครอบฟันชนิดนี้แต่ละชิ้นจะผลิตออกมาสำหรับคนไข้แต่ละคนโดยเฉพาะ ส่วนมากจะเป็นแบบ 2 ชิ้นและมีความสบายในการสวมใส่สูงกว่าชนิดอื่น แต่ก็ก็จะมีราคาสูงเช่นกัน

แบบ Semi Custom ที่ครอบฟันชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องนำไปเข้าแล็ป แต่ยังต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนทำให้ซึ่งส่วนมากสามารถทำได้ในเวลาไม่กี่นาที แต่จะต้องมีการปรับแต่งอีก หรือมีวัสดุอุปกรณ์เสริม ซึ่งจำเป็นจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญดูแล ที่ครอบฟันประเภทนี้จะเป็นแบบชิ้นเดียวหรือสองชิ้นก็ได้

แบบ Mouth Adapted หรือที่เรียกกันในตลาดว่า Boil & Bite ที่ครอบฟันประเภทนี้คนไข้สามารถนำกลับไปทำเองที่บ้าน ลักษณะของที่ครอบฟันประเภทนี้จะใช้วัสดุที่สามารถอ่อนตัวได้เมื่อเจอความร้อน โดยคนไข้นำที่ครอบฟันไปจุ่มน้ำร้อนให้อ่อนตัวแล้วนำมากัดเข้ารูปกับปากของตัวเอง เสร็จแล้วก็นำที่ครอบฟันไปผ่านน้ำเย็น ที่ครอบฟันก็จะแข็งตัว

ที่ครอบฟันประเภทนี้จะคล้ายแบบ Semi Custom มาก แต่แตกต่างที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการปรับแต่งอะไรอีกหลังจากที่ทำการกัดเข้ารูปแล้ว คนไข้ก็สามารถนำไปใช้ได้ทันที

18 May 2010

หญิงตั้งครรภ์ที่นอนกรน มีโอกาสเป็นเบาหวานสูงขึ้น

ข้อมูลการนอนกรน, หญิงตั้งครรภ์กับการนอนกรน No Comments

สำหรับผู้หญิงที่กำลังท้องอยู่แล้วนอนกรนด้วยมีโอกาสที่จะเป็นเบาหวานที่เกิดช่วงตั้งครรภ์หรือ Gestational Diabetes สูงขึ้นมากกว่าคุณแม่ที่ตั้งท้องแต่ไม่กรน

เบาหวานที่เกิดช่วงตั้งครรภ์นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม, อายุมาก หรือน้ำหนักเกิน และที่ทราบกันอย่างทั่วไปว่าหญิงตั้งท้องนั้นจะมีการสร้างฮอร์โมนชนิดต่างๆเพิ่มขึ้นและยังต้องคอยแบ่งสารอาหารให้ลูกซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อความสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด แต่ส่วนมากแล้วเมื่อคลอดลูกแล้ว ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ

ทึมวิจัยจาก Northwestern University Feinberg School of Medicine พบว่าคุณแม่ที่นอนกรนนั้นมีโอกาศเป็นเบาหวานถึง 14.3% เมื่อเทียบกับหญิงที่ตั้งครรภ์แต่ไม่ได้นอนกรนมีโอกาศเป็นเบาหวานที่ 3.3%

คาดกันว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนี้มาจากการที่คุณแม่ใหม่ที่นอนกรนนั้นมีการได้รับอ๊อกซิเจนน้อยลงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบอื่นๆในร่างกายทำให้เกิดความไม่สมดุลในระดับน้ำตาลในเลือด

ที่มา http://www.sciencedaily.com/releases/2009/06/090611071401.htm

23 Apr 2010

การจี้ด้วยคลื่นวิทยุ (Somnoplasty)

การจี้ด้วยคลื่นความถี่ (Somnoplasty), วิธีรักษาการนอนกรน 2 Comments

หนึ่งสาเหตุของการนอนกรนเกิดจากการที่เนื้อเยื่ออ่อนบริเวณเพดานปากหย่อนลงมา แล้วเวลาเราหายใจ เนื้อเยื่อที่หย่อนอยู่จะมีการสั่น ทำให้เกิดเสียงกรน

การรักษาอาการนอนกรนด้วยการจี้ด้วยคลื่นวิทยุ (Somnoplasty) เป็นวิธีรักษาโดยการใช้คลื่นความถี่ จี้ความร้อนเข้าไปใต้เนื้อเยื่อออ่อนบริเวณเพดานปาก หรือ ลิ้นไก่ ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นตาย แล้วร่างกายจะดูดซึมเนื้อเยื่อที่ตายนั้นไป ทำให้แผลยุบแล้วดึงเนื้อเยื่อให้ตึงเพิ่มทางเดินหายใจและทำให้เวลานอนไม่มีการหย่อนตัวของเนื้อเยื่อทำให้ไม่มีการสั่น และเสียงกรนก็จะหายไป

การรักษานั้นแพทย์จะมีการฉีดยาชาเฉพาะที่ และใช้เครื่องมือเฉพาะซึ่งมีลักษณะเป็นเข็มเล็กๆ แทงเข้าไปในบริเวณที่ต้องการแล้วปล่อยคลื่นความถี่เข้าไปในบริเวณที่ต้องการ การรักษาทั้งหมดน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที

หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมท่านสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ และรับคำปรึกษาเกี่ยวกับการทำ Somnoplasty ว่าจะได้ผลกับท่านหรือไม่

20 Apr 2010

ทำไมถึงไม่กรนยามตื่น

ข้อมูลการนอนกรน No Comments

บางคนสงสัยว่าทำไมคนที่ปกตินอนกรน เวลาที่ยังไม่หลับก็จะไม่กรน ถึงแม้คนๆนั้นจะนอนอยู่ (แต่ยังไม่หลับ) ก็จะไม่มีเสียงกรน แต่ถ้าหากว่าหลับแล้วก็จะกรนทันที แต่พอตื่นเสียงกรนก็จะหายไป

การนอนกรน นั้นมาจากการที่กล้ามเนื้อในช่องคอมีการผ่อนคลายและมีการหย่อนตัวทำให้เวลาหายใจ ลมจะผ่านเนื้อเยื่อที่หย่อนทำให้เกิดการสั่น ทำให้เกิดเสียง

เวลาเรานอนหลับ กล้ามเนื้อทั้งร่างกายจะมีการผ่อนคลายซึ่งก็รวมถึงกล้ามเนื้อบริเวณช่องคอด้วย แต่เวลาเราตื่นร่างกายจะสั่งการบังคับกล้ามเนื้อในร่างกายให้ตื่นตัว

ลองทำเสียงกรนขณะที่ตื่นดูซิ จะพบว่าจะต้องมีการออกแรงเล็กน้อยเพื่อให้เกิดเสียง นั้นเป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อถูกบังคับให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่มีการปิดกั้นทางเดินหายใจ ฉะนั้นการที่เราจะบังคับให้ร่างกายเกิดการบีบของช่องลมย่อมต้องออกแรงกันหน่อย

19 Apr 2010

ท่านอนกับการนอนกรน

ข้อมูลการนอนกรน, วิธีรักษาการนอนกรน No Comments

หลายๆคนคงจะเคยลองมาแล้ว เวลาที่ใครนอนกรน เราก็จะไปสะกิดเขาให้เปลี่ยนท่านอน ไม่ว่าจะนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ และบางครั้งก็ได้ผล แต่บางครั้งเสียงกรนอาจจะหายไปสักพัก แล้วก็กลับมาใหม่ ทำให้ต้องสะกิดกันทั้งคืน

เคยสงสัยไหมว่าทำไมการเปลี่ยนท่านอนจึงทำให้หยุดกรนได้ ถึงแม้จะชั่วขณะเดียว?

ลองทำดูนะครับ ลองเงยหน้าขึ้น แล้วทำเสียงกรนขึ้นมา เสียงดังใช่ไหมครับ? แล้วขณะที่ทำเสียงกรนอยู่นั้นลองก้มหัวลง สังเกตุเห็นว่าเสียงมันลดลงไหม บางคนเสียงอาจจะหายไปเลย ทีนี่ลองทำเหมือนเดิม เงยหัวขึ้นแล้วทำเสียงกรน แล้วตะแคงหัวไปด้านข้าง ก็จะพบว่าเสียงลดลงเหมือนกัน

แล้วถ้าหากว่าสังเกตึดู หากคุณก้มหัวแล้วพยายามทำเสียงกรนให้ดัง คุณจะรู้สึกเหมือนว่าต้องใช้แรงเพิ่มมากกว่าตอนเงยหัว

เพราะเวลาที่เรานอนหงายนั้น แรงโน้มถ่วงของโลกจะดันกล้ามเนื้อในช่องคอลงมาปิดช่องคอ ส่วนเวลาที่นอนคว่ำก็เหมือนกันเพียงแต่ว่า กล้ามเนื้อถูกดันให้ออกห่างจากช่องคอ ทำให้ไม่นอนกรน

ลองกลับไปสังเกตุคนที่บ้านว่าเวลาที่เขานอนกรนนั้น เขากรนเวลาที่นอนตะแคงหรือนอนคว่ำหรือไม่

31 Mar 2010

การนอนกรนกับการตั้งครรภ์

ข้อมูลการนอนกรน, หญิงตั้งครรภ์กับการนอนกรน 2 Comments

ผู้หญิงที่เคยมีลูกแล้วหรือกำลังมีลูกอาจเคยพบว่าตนเองนั้นนอนกรน แต่พอคลอดลูกแล้วอาการนอนกรน ก็หายไป

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่จะเริ่มนอนกรนช่วงแรกๆที่เริ่มตั้งครรภ์ และจำนวนคุณแม่ที่นอนกรนช่วงตั้งครรภ์จะเพิ่มขึ้นพอถึงช่วงไตรมาสที่ 3 แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่นั้น ใครบ้างจะนอนกรน เพราะยังมีปัจจัยหลายอย่างที่มาเกี่ยวข้องกับการนอนกรนช่วงตั้งครรภ์

สาเหตุที่อาจทำให้นอนกรนช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่นั้นอาจจะมาจากการที่น้ำหนักเพิ่มขึ้นและมีการสะสมของ ของเหลวในช่องคอทำให้เกิดการกีดขวางช่องทางเดินหายใจ ทำให้นอนกรน

การนอนกรนช่วงตั้งครรภ์อาจจะไม่มีอันตรายนอกจากความรำคาญของสามีที่นอนข้างๆ แต่ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อลูกด้วย

หากท่านมีปัญหาการนอนกรน ท่านควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการวินิจฉัยโรคและรับการรักษา

20 Mar 2010

วิธีการรักษา – การฝังพิลลาร์ (Pillar Implants)

ฝังพิลลาร์ (Pillar Procedure), วิธีรักษาการนอนกรน No Comments

การฝังพิลลาร์ (Pillar Procedure) เป็นวิธีการรักษาสำหรับผู้ที่นอนกรน และ/หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) โดยอาศัยการฝังแท่งโพลีเอสเตอร์เล็กๆ 3 แท่งเข้าไปในเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณเพดานปาก การฝังพิลลาร์นั้นจะช่วยลดการสั่นของเพดานอ่อนซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการนอนกรน และอาจช่วยให้เนื้อเยื่ออ่อนนั้นตึงตัวและไม่ตกลงไปปิดทางเดินหายใจซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA)

วัสดุที่ใช้ผลิตพิลลาร์ (Pillar) นั้นเป็นโพลีเอสเตอร์ที่ใช้ในการผลิตเครื่องมือแพทย์มาเป็นเวลานานแล้วจึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ และการฝังเข้าไปในเพดานอ่อนในปากนั้นพิลลาร์จะไปทำหน้าที่คล้ายๆกับเสาสามต้นที่คอยค้ำไม่ให้เพดานอ่อนมีความหย่อนยานและเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2-3 เดือน เนื้อเยื่อบริเวณที่ฝังพิลลาร์จะสร้างพังผืด (Fibrosis) ขึ้นมารอบๆและจะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนตึงตัวยิ่งขึ้น

เครื่องมือเฉพาะสำหรับการฝังพิลลาร์

การฝังพิลลาร์ (Pillar) นั้นแพทย์จะใช้เครื่องมือเฉพาะทางเพื่อฝังพิลลาร์เข้าไปในเพดานอ่อนและเมื่อฝังเข้าไปแล้วก็จะมองไม่เห็น และผู้ได้รับการรักษาก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และตัวพิลลาร์เองก็เป็นวัสดุถาวร ไม่ต้องมีการเปลี่ยน นอกเหนือจากว่าตัวพิลลาร์จะทะลุออกมานอกเพดานอ่อน ซึ่งวิธีแก้ไขก็เพียงให้แพทย์ฝังใหม่

การฝังพิลาร์ (Pillar) เป็นวิธีรักษาอาการนอนกรนหรือสำหรับคนที่เป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับขั้นไม่รุนแรงที่ได้ผล แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่เป็นจะหายจากการรักษาวิธีนี้ เพราะสาเหตุการนอนกรนอาจมาจากปัจจัยอื่นๆเช่น ลิ้นไก่ โคนลิ้น หรือปัจจัยอื่น ผู้ป่วยจึงควรปรึกษาแพทย์และตรวจดูว่าผู้ป่วยสามารถรักษาโดยใช้วิธีฝังพิลลาร์ได้หรือไม่

19 Mar 2010

วิธีรักษา – เครื่องเป่าความดันลม (CPAP)

CPAP, วิธีรักษาการนอนกรน No Comments

เครื่อง CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เป็นหนึ่งวิธีการรักษาที่ได้ผลสำหรับผู้ป่วยเป็นโรค ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หรือ OSA และคนที่นอนกรนโดยที่ไม่ได้เป็น OSA ก็สามารถใช้เครื่อง CPAP เพื่อรักษาอาการนอนกรนได้เช่นกัน

การทำงานของเครื่อง CPAP ก็คือการเป่าความดันลมผ่านจมูกหรือปาก และความดันลมจะผ่านบริเวณที่มีการปิดกั้นในบริเวณหลอดลมส่วนบน ทำให้มีการขยายตัวตลอดเวลา ทำให้ผู้ป่วย OSA ที่ใช้เครื่อง CPAP นั้นหายใจได้อย่างสะดวกตลอดทั้งคืน

ภาพซ้าย ภาวะหยุดหายใจหรือนอนกรน ภาพขวา หลังการใช้ CPAP

ลักษณะหน้าตาของเครื่อง CPAP ก็จะมีตัวเครื่องซึ่งเป็นตัวกำเนิดความดันลมต่อกับท่อลมและผ่านหน้ากาก ซึ่งก็มีทั้งแบบที่สวมใส่บริเวณจมูก (Nasal Mask) หรือหน้ากากที่ครอบทั้งจมูกและปาก (Full Face Mask) แล้วยังมีหน้ากากที่ครอบเฉพาะบริเวณปาก (Oronasal Mask)

การที่จะตัดสินใจซื้อเครื่อง CPAP นั้นผู้ป่วยควรได้รับการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยระดับความรุนแรงของการหยุดหายใจ เพื่อให้การรักษาได้รับประสิทธิผลสูงสุด

17 Mar 2010

วิธีรักษานอนกรน-เปลี่ยนพฤติกรรม (Behavioral Change)

วิธีรักษาการนอนกรน No Comments

ถ้าหากว่านอนกรนแล้ว ยังไม่อยากไปหาหมอหรือซื้ออุปกรณ์รักษาหรือยามารักษา ก็ลองเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมดูว่าจะสามารถช่วยได้ไหม

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นอาจจะไม่ได้ผลกับทุกคน แต่ก็ไม่ได้เสียหายอะไรถ้าหากว่าจะลองทำดู

1 ลดน้ำหนัก

ถ้าหากว่าสังเกตุแล้ว ส่วนมากคนนอนกรนจะมีน้ำหนักตัวค่อนข้างเยอะ ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงกับอ้วน แต่ก็มีน้ำหนักมาก ไขมันอาจไปรวมตัวอยู่ในลำคอ ทำให้ทางเดินอากาศแคบลง การลดน้ำหนักก็จะสามารถทำให้ลดปรมาณไขมันที่สะสมในลำคอและเปิดช่องคอให้กว้างขึ้น

2 ออกกำลังกาย

ความจริงแล้วการออกกำลังกายก็น่าจะมาควบคูํกับการลดน้ำหนัก เพราะสาเหตุของการนอนกรนก็คือการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อในบริเวณช่องคอ การออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อมีความตึงตัวมากขึ้นทำให้ไม่ตกลงไปปิดทางเดินหายใจ

อีกหนึ่งสาเหตุของการนอนกรนก็คือ อายุ เมื่อเราอายุมากขึ้น โอกาสที่จะนอนกรนก็เพิ่มขึ้นเพราะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อต่างๆก็หย่อนลงตามอายุ ฉะนั้นหากว่ามีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจจะช่วยไม่ให้นอนกรนได้ หรืออย่างน้อยก็บรรเทาได้บ้าง

3 เลิกดื่มเหล้า

แม่บ้านหลายๆคนจะบอกคุณได้ว่า สามีจะนอนกรนเป็นพิเศษเวลาไปดื่มเหล้ามา บางคนไม่นอนกรนเลยเวลาไม่ดื่ม แต่พอดื่มก็จะกรนทันที

การดื่มเหล้าทำให้กล้ามเนื้อมีการผ่อนคลาย โดยเฉพาะเวลานอน ทำให้ง่ายที่เนื้อเยื้ออ่อนหรือลิ้นจะตกลงไปปิดทางเดินหายใจ ทำให้นอนกรน


16 Mar 2010

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) คืออะไร

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ No Comments

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือ Obstructive Sleep Apnea (OSA) คือการที่มีปิดกั้นของทางเดินหายใจทำให้มีอาการคล้ายๆกับการหยุดหายใจเป็นระยะๆ

การหยุดหายใจนั้นเกิดจากการผ่อนคลายของกล้ามเนื้อบริเวณหลอดลมส่วนบนเช่น เนื้อเยื้ออ่อนตรงเพดานปาก ลิ้นไก่ และลิ้นทำให้หย่อนลงไปปิดกั้นทางเดินหายใจ

เมื่อมีการหยุดหายใจปริมาณอ๊อกซิเจนในเลือดจะลดลงทำให้ร่างกายจำเป็นที่จะต้องหายใจเพื่อชดเชย ทำให้เกิดอาการสำลักหรือสะดุ้งตื่นเพื่อหายใจ เวลาในการหยุดหายใจนั้นจะประมาณ 10 วินาทีหรือมากกว่านั้นก่อนที่สมองจะสั่งให้ร่างกายพยายามหายใจเข้าไป แล้วหลังจากนั้นผู้ป่วยก็จะหลับต่อจนกว่าจะมีการหยุดหายใจอีก ทำให้สมองต้องคอยสั่งร่างกายให้หายใจเป็นช่วงๆตลอดทั้งคืน ทำให้ผู้ป่วย OSA นั้นไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอในแต่ละคืน

ผู้ป่วยส่วนมากจะไม่รู้ตัวว่าตัวเองหยุดหายใจขณะหลับแต่คนที่นอนข้างๆจะสามารถสังเกตุเห็นได้ โดยที่ผู้ป่วยบางคนจะนอนกรนซึ่งเป็นสัญญาณว่ามีการปิดกั้นของทางเดินหายใจและสามารถสังเกตุได้อีกวิธีก็คือผู้ป่วยจะมีอาการสำลักเหมือนหายใจไม่ออกเป็นช่วงๆ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่นอนกรนทุกคนจะเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ และความดังของเสียงกรนก็ไม่สามารถวัดระดับความรุนแรงของการหยุดหายใจได้ เพราะบางคนอาจมีการปิดกั้นทางเดินหายใจมากทำให้อากาศผ่านไปได้น้อยเกินไปที่จะทำให้เกิดเสียงกรน แต่ถ้าหากว่าจะสังเกตุว่าคนที่นอนกรนจะเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่นั้น ก็คือสังเกตุว่าช่วงที่นอนกรนอยู่นั้น เขามีการ หยุดกรน หรือไม่ หากว่าหยุดกรนไปซักพักนึงแล้วมีอาการสูดหายใจ แล้วก็กรนต่อ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับนั้นเป็นอาการป่วยที่ไม่ควรมองข้ามและหาทางรักษาโดยเร็วที่สุด และหากคิดว่าตัวเองหรือคนรอบข้างเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ ก็ควรปรึกษาแพทย์และทำ Sleep Test เพื่อหาทางรักษาต่อไป